การเลี้ยงหมูหลุมแบบประณีต

          การเลี้ยงหมูหลุม  เป็นการเลี้ยงสุกรแนวทางธรรมชาติของประเทศเกาหลี โดยมีอาจารย์โชคชัย สารากิจ จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนายั่งยืนภาคเหนือ ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เป็นผู้ริเริ่มนำหลักการเลี้ยงสุกรแนวทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๓ มาทำการดัดแปลงวิธีการเลี้ยงให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ประเทศไทย จนมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในภาคเหนือ

    ประโยชน์ของการเลี้ยง

      ๑. ลดต้นทุนค่าอาหารได้ถึง ๗๐ %
. ลดภาระการเลี้ยงหมูของเกษตรกร เนื่องจากไม่ต้องทำความสะอาดพื้นคอก
. ลดมลภาวะของเสียจากการเลี้ยงหมู "มีกลิ่นเหม็นและแมลงวัน"
. ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ

        การสร้างคอกหมูหลุม

          ๑. ควรสร้างบนที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง
          ๒. สร้างโรงเรือนตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก

          ๓. วัสดุมุงหลังคา เช่น แฝก จาก กระเบื้อง(ขึ้นกับงบประมาณ)
          ๔. พื้นที่สร้างคอก คำนวณจาก จำนวนสุกร ๑ ตัวต่อพื้นที่ ๑.๒ ตารางเมตร(คอกขนาด ๒x๓ เมตร
เลี้ยงได้ ๕ ตัว

การเตรียมพื้นที่คอกหมูหลุม

      . ขุดดินออกในส่วนพื้นที่จะสร้างคอก ลึก ๙๐ ซม.
. ใส่แผ่นไม้หรืออิฐบล็อค กั้นด้านข้างคอกเหนือขอบหลุม สูงประมาณ ๑ ฟุต
. ใส่วัสดุรองพื้นคอกลงไปในหลุม ซึ่งประกอบด้วย                                
     ขี้เลื่อย หรือแกลบ
       ๑๐๐     ส่วน
     ดินส่วนที่ขุดออก
          ๑๐      ส่วน  
    
เกลือ                        .๕     ส่วน

ผสมขี้เลื่อยหรือแกลบกับดินและเกลือใส่ลงไปเป็นชั้น ๆ สูงชั้นละ ๓๐ ซม. แล้วราดด้วยน้ำหมักชีวภาพลงบน

แกลบ ให้มีความชื้นพอหมาด ๆ (ความชื้นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์) โรยดินที่มีเชื้อราขาวบาง ๆ ทำจนครบ ๓ ชั้น ชั้นบนสุดโรยแกลบปิดหน้าหนา ๑ ฝ่ามือ                                               
     ๔. ทิ้งไว้ประมาณ ๗ วัน จึงนำหมูมาเลี้ยง

   ส่วนผสมวัสดุทำพื้นคอก

         ขี้เลื่อย หรือแกลบ                    100 ส่วน

         ดินส่วนที่ขุดออก                      10 ส่วน 

         เกลือ                                     0.5 ส่วน

 

 

 

รูปแบบคอกหมูหลุม

 

          การจัดการเลี้ยงดู

                 ๑. การนำลูกหมู ควนมีน้ำหนักตั้งแต่ ๑๕-๒๐ กก.ในช่วงเดือนแรกให้ใช้อาหารเม็ดหมูอ่อนก่อน หลังจากนั้นเมื่อเป็นหมูรุ่น (น้ำหนัก ๓๐-๔๐ กก.) ค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารผสมพวกรำ  ปลายข้าว และผสมพืชหมัก เศษผักหรือผักต่าง ๆ ในท้องถิ่น
                 ๒. น้ำดื่มให้ใช้น้ำหมักสมุนไพร น้ำหมักผลไม้ อัตรา ๒ ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ๑๐ ลิตร
                 ๓. ใช้น้ำหมักชีวภาพรดพื้นคอก สัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยลดกลิ่น
                 ๔. หากขี้เลื่อยหรือแกลบยุบตัวลงให้เติมเข้าไปใหม่จนเสมอปากหลุม

 
 
 
 
           จุดที่ 1  การเลี้ยงหมูหลุมแบบประณีต
 
     
         
 
           จุดที่ 2  การทำปุ๋ยหมักและสารไล่แมลง

 

     
 
           จุดที่ 3  การส่งเสริมอาชีพ
 
     
     
           จุดที่ 4  การทำพลังงานทดแทน
 
 
 
           จุดที่ 5  การผลิตอาหารปลา
 
     
         
 
 ส่วนที่ 2 แปลงพืชสมุนไพร
 
     
         
 
 ส่วนที่ 3 แปลงพืชไม้ผล
 
     
 
       
 
 ส่วนที่ 4 บ้านเกษตรกรตัวอย่าง